คุณเหลือชิปน้อย คุณดันหมดหน้าตัก คนหลังคุณเรียกตาม คนที่สามรีเรซขึ้นมาอีก ดีลเลอร์เริ่มแยกชิปออกเป็นสองกอง
แล้วคุณก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
ผมเคยนั่งอยู่ที่โต๊ะแบบนั้นมาแล้ว ครั้งแรกที่ผมออลอินในเกมเงินสดสดๆ ผมไม่รู้เลยว่ายังมีสิทธิ์ชนะอะไรอยู่ไหม อีกฝ่ายรีเรซได้หรือเปล่า หรือแม้แต่ว่าชิปกองไหนเป็นของผมกันแน่ ไม่มีใครอธิบายให้ฟังสักคน
คู่มือนี้ครอบคลุมทุกสถานการณ์: พอตหลัก ไซด์พอต ใครมีสิทธิ์รีเรซบ้าง และลำดับการเปิดไพ่ จะได้ไม่ต้องยืนงงทุกครั้งที่ดีลเลอร์เริ่มนับสแตก (ถ้ายังไม่ชินกับจังหวะการเดิมพันพื้นฐาน
คู่มือกติกาสำหรับมือใหม่ อธิบายไว้ตั้งแต่ต้น)
ออลอินในเท็กซัสโฮลเด็มหมายความว่าอะไร?
ออลอิน (all-in) คือการลงเดิมพันชิปทุกใบที่คุณมีอยู่ตรงหน้า พอลงไปแล้วคุณจะเติมชิปเพิ่มไม่ได้ — และไม่มีใครบังคับให้คุณหมอบได้เช่นกัน
รากฐานคือกติกา เทเบิลสเตก (table stakes): คุณลงเดิมพันได้เฉพาะชิปที่มีอยู่บนโต๊ะตอนเริ่มมือนั้นเท่านั้น จะล้วงเงินจากกระเป๋า ยืมเพื่อน หรือเอานาฬิกากับกุญแจรถมาวางเดิมพันไม่ได้ — นั่นมันโป๊กเกอร์ในหนัง
| คำศัพท์ | ความหมาย |
|---|---|
| Push / Shove / Jam | คำแสลงภาษาอังกฤษที่แปลว่าออลอิน |
| เทเบิลสเตก (table stakes) | ลงเดิมพันได้แค่ชิปที่มีตอนเริ่มมือ |
| ดับเบิลอัพ (double up) | ชนะออลอินแล้วสแตกเพิ่มเป็นสองเท่า |
| พอตหลัก (main pot) | พอตที่ทุกคน — รวมถึงคนออลอิน — มีสิทธิ์ชนะ |
| ไซด์พอต (side pot) | ชิปที่มีแต่คนสแตกใหญ่กว่าเท่านั้นที่ชนะได้ คนออลอินหมดสิทธิ์ |
พอออลอินแล้ว คุณการันตีได้เลยว่าจะได้เห็นไพ่ชุมชนที่เหลือทั้งหมด ไม่มีใครบลัฟไล่คุณออกจากมือนี้ได้ ไพ่ของคุณยังมีชีวิตอยู่จนถึงริเวอร์
วิธีประกาศออลอิน
มีสองวิธีที่ถูกต้อง:

อย่าดันชิปใบเดียวไปข้างหน้าโดยไม่พูดอะไรเด็ดขาด — ดีลเลอร์จะนับมันแค่ตามมูลค่าชิปใบนั้น ไม่ใช่สแตกทั้งกองของคุณ ให้ประกาศ "ออลอิน" ออกมาดังๆ เสมอ หรือไม่ก็ดันสแตกทั้งกองไปครั้งเดียว
ไซด์พอตในโป๊กเกอร์ทำงานยังไง? (ทำไมคนออลอินถึงถูกจำกัดเพดาน)
คนออลอินชนะได้แค่จำนวนที่ตัวเองลงไป บวกกับจำนวนเท่ากันจากผู้เล่นแต่ละคนที่ยังอยู่ในพอต ส่วนชิปที่ลงเกินกว่านั้นจะกลายเป็น ไซด์พอต ที่เป็นของเฉพาะผู้เล่นที่ลงเงินเข้าไปเท่านั้น

ตัวอย่าง 3 ผู้เล่น (กรณีมาตรฐาน)
| ผู้เล่น | สแตก | แอ็กชัน |
|---|---|---|
| ผู้เล่น A | 100 ชิป | ออลอิน |
| ผู้เล่น B | 300 ชิป | เรียก 100 แล้วเดิมพันเพิ่มอีก 50 |
| ผู้เล่น C | 300 ชิป | เรียก 100 แล้วเรียกอีก 50 |
ไซด์พอต: 50 × 2 = 100 ชิป (มีแค่ B กับ C เท่านั้น)
ผู้เล่น A ชนะพอตหลัก 300 ชิปได้ตอนเปิดไพ่ แต่ต่อให้ A มีไพ่ดีที่สุดในทั้งโต๊ะ A ก็แตะไซด์พอต 100 ชิปนั้นไม่ได้ B หรือ C จะเป็นคนคว้ามันไป
ตัวอย่าง 4 ผู้เล่นที่สแตกต่างกัน
ตรงนี้แหละที่เริ่มซับซ้อน — และเป็นจุดที่มือใหม่ส่วนใหญ่หลงทาง
| ผู้เล่น | สแตก | ออลอินด้วยจำนวน |
|---|---|---|
| A | 100 | 100 |
| B | 200 | 200 |
| C | 500 | 500 |
| D | 500 | เรียกตามทั้งหมด |
| พอต | จำนวน | ผู้เล่นที่มีสิทธิ์ |
|---|---|---|
| พอตหลัก | 100 × 4 = 400 | A, B, C, D |
| ไซด์พอต 1 | 100 × 3 = 300 | B, C, D (A ถูกจำกัดเพดาน) |
| ไซด์พอต 2 | 300 × 2 = 600 | C, D (A กับ B ถูกจำกัดเพดาน) |
| รวม | 1,300 | — |
กติกาคือ: ไซด์พอตแต่ละกองสร้างขึ้นโดยเอาส่วนต่างจนถึงสแตกที่เล็กรองลงมา × จำนวนผู้เล่นที่จ่ายตามส่วนนั้น คำนวณไล่จากสแตกเล็กสุดไปหาใหญ่สุด
ออลอินเปิดเกมเดิมพันใหม่ไหม? — กติกาที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เข้าใจผิด
นี่คือกติกาออลอินที่ก่อดราม่าบนโต๊ะสดมากที่สุด — ผมเคยเห็นผู้เล่นสองคนเถียงกันเรื่องนี้อยู่ห้านาทีโดยที่ทั้งโต๊ะต้องรอ ทั้งคู่เข้าใจผิดทั้งคู่
กติกา: ถ้าผู้เล่นออลอินด้วยจำนวนที่ น้อยกว่าการเรซเต็ม การออลอินนั้นจะไม่เปิดเกมเดิมพันใหม่ให้ผู้เล่นที่ลงมือไปแล้วในรอบนั้น

ตัวอย่าง:
บลายด์ $1/$2 ผู้เล่นสี่คนเห็นฟลอป
1. ผู้เล่น A เดิมพัน $10 2. ผู้เล่น B ออลอินด้วยจำนวน $14 (มากกว่าเดิมพัน $10 ของ A แค่ $4 — ไม่ใช่การเรซเต็ม ซึ่งต้องอย่างน้อย $20)
แล้วผู้เล่น A กับผู้เล่น C ที่ยังไม่ได้ลงมือจะเป็นยังไง?
- •ผู้เล่น A ลงมือไปแล้ว (เดิมพัน $10) และตอนนี้เจอแค่การเรซที่ไม่เต็มจำนวน เนื่องจากออลอินของ B ที่ $14 นั้น น้อยกว่าการเรซเต็ม แอ็กชันจึงไม่เปิดใหม่ให้ผู้เล่น A A ทำได้แค่เรียกหรือหมอบ — รีเรซไม่ได้
- •ผู้เล่น C ยังไม่ได้ลงมือ — ผู้เล่น C ยังเรซได้ตามปกติ
| จำนวนออลอิน | เป็นการเรซเต็มไหม? | เปิดเกมเดิมพันใหม่ไหม? |
|---|---|---|
| น้อยกว่าการเรซเต็ม | ไม่ | ไม่ — คนที่ลงมือไปแล้วทำได้แค่เรียกหรือหมอบ |
| เท่ากับหรือมากกว่าการเรซเต็ม | ใช่ | ใช่ — ทุกคนรีเรซได้อีก |
ทำไมถึงมีกติกานี้? มันปกป้องผู้เล่นไม่ให้ถูกบังคับให้เรซใหญ่ขึ้นเพราะออลอินแบบไม่เต็มจำนวน การเรซเต็มคือสัญญาณของความรุกจริงจัง — ส่วนออลอินเศษๆ ของคนสแตกสั้น ไม่ใช่
กรณีขั้นสูง: ถ้าผู้เล่นหลายคนออลอินแบบไม่เต็มจำนวนล่ะ?
นี่คือเวอร์ชันที่ทำให้แม้แต่ขาประจำยังสะดุด ออลอินแบบไม่เต็มจำนวนหลายๆ ครั้งอาจ รวมกัน เป็นการเรซเต็มได้ — และถ้าส่วนเพิ่มรวมกันแตะเกณฑ์ เกมเดิมพันจะเปิดใหม่ให้คนที่ลงมือไปแล้ว
นี่คือกติกา "re-opening the bet" อย่างเป็นทางการของ TDA และคาสิโนกับคาร์ดรูมส่วนใหญ่ก็ยึดตามนี้
ตัวอย่าง (บลายด์ $1/$2 บนฟลอป):
1. ผู้เล่น A เดิมพัน $10 2. ผู้เล่น B ออลอินด้วยจำนวน $14 (ส่วนเพิ่ม +$4 — ตัวมันเองยังไม่ใช่การเรซเต็ม) 3. ผู้เล่น C ออลอินด้วยจำนวน $21 (ส่วนเพิ่ม +$7 — ตัวมันเองยังไม่ใช่การเรซเต็ม)
ส่วนเพิ่มรวมกัน: $4 + $7 = $11 — แตะเกณฑ์เรซขั้นต่ำที่ $10 พอดี
ผลลัพธ์: เกมเดิมพันเปิดใหม่ให้ผู้เล่น A A จะหมอบ เรียก หรือรีเรซก็ได้ ทั้งที่ B และ C ต่างก็ไม่ได้ทำการเรซเต็มด้วยตัวเองแม้แต่คนเดียว
| ออลอินของ B | ออลอินของ C | ส่วนเพิ่มรวมกัน | เปิดใหม่ให้ A ไหม? |
|---|---|---|---|
| $14 (+$4) | $18 (+$4) | $8 — ต่ำกว่า $10 | ❌ ไม่ |
| $14 (+$4) | $21 (+$7) | $11 — แตะ $10 | ✅ ใช่ |
| $15 (+$5) | $24 (+$9) | $14 — แตะ $10 | ✅ ใช่ |
เกณฑ์เรซขั้นต่ำจะอิงกับ เบ็ตหรือเรซเต็มที่ถูกต้องครั้งล่าสุด เสมอ — ไม่ใช่ยอดสะสมรวมใดๆ
คู่มือตัดสินใจฉบับเร็ว — ออลอินนี้เปิดเกมเดิมพันใหม่ไหม?
| สถานการณ์ | เปิดใหม่ให้คนที่ลงมือไปแล้วไหม? |
|---|---|
| ออลอินเดี่ยว < การเรซเต็ม | ❌ ไม่ — เรียกหรือหมอบเท่านั้น |
| ออลอินเดี่ยว ≥ การเรซเต็ม | ✅ ใช่ — ทุกคนรีเรซได้ |
| ออลอินไม่เต็มจำนวนหลายครั้ง รวมกัน < การเรซเต็ม | ❌ ไม่ |
| ออลอินไม่เต็มจำนวนหลายครั้ง รวมกัน ≥ การเรซเต็ม | ✅ ใช่ |
| ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ลงมือ | ✅ เรซได้เสมอ (ไม่ว่ากรณีไหน) |
กติกาการเปิดไพ่เมื่อมีออลอิน
เมื่อการเดิมพันจบลงและมีผู้เล่นออลอินอยู่ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเปิดไพ่:
1. ไพ่ถูกพลิกหงายขึ้น ในทัวร์นาเมนต์ ไพ่ทุกมือที่พัวพันกับออลอินมักถูกวางหงายทันทีที่การเดิมพันจบ ส่วนในเกมเงินสด จะใช้กติกาผู้ลงมือรุกคนสุดท้ายเปิดก่อนตามมาตรฐานก่อน แล้วผู้เล่นออลอินจึงเปิด 2. ไซด์พอตถูกจ่ายก่อน ดีลเลอร์จะเคลียร์ไซด์พอตที่สร้างขึ้นล่าสุดก่อน แล้วไล่ย้อนกลับไปหาพอตหลัก 3. ไพ่พูดเอง ไพ่ดีที่สุดชนะพอตที่ตัวเองมีสิทธิ์แต่ละกอง — ไม่ว่าผู้เล่นจะปากบอกว่าถืออะไรก็ตาม 4. มีผู้ชนะได้หลายคน ผู้เล่น A ชนะพอตหลักได้ ส่วนผู้เล่น B ชนะไซด์พอตได้ ไม่มีใครกวาดไปหมดเพียงเพราะชนะพอต "ของตัวเอง"
ผู้เล่นคนหนึ่งอาจชนะพอตหลักแต่แพ้ไซด์พอตได้ ทั้งสองผลลัพธ์ถูกต้องทั้งคู่
กรณีพิเศษ: ถ้าไซด์พอตกองหนึ่งเหลือผู้เล่นแค่คนเดียว (คนอื่นหมอบหมด) ผู้เล่นคนนั้นได้ชิปกองนั้นคืนทันที — พอตกองนั้นไม่ต้องเปิดไพ่


